th en

บริษัท อมตะ ประเทศไทย ได้ก่อตั้งขึ้น 40 ปีมาแล้ว โดย 20 ปีให้หลังมานี้เราได้มองหาโอกาสทางธุรกิจที่จะขยายไปยังประเทศเวียดนาม


กรุณาอธิบายถึงความเป็นมาและรูปแบบธุรกิจของ AMATAV

บริษัท อมตะ ประเทศไทย ได้ก่อตั้งขึ้น 40 ปีมาแล้ว โดย 20 ปีให้หลังมานี้เราได้มองหาโอกาสทางธุรกิจที่จะขยายไปยังประเทศเวียดนาม ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวเราก็ได้มองหาโอกาสในประเทศจีน อินเดีย ด้วยเช่นกัน ซึ่งในแต่ละประเทศก็จะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะในด้านจำนวนประชากร ความยากง่ายในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงความโปร่งใสในแต่ละประเทศนั้นๆ เราเลือกที่จะขยายไปยังประเทศเวียดนามเพราะมองเห็นโอกาสที่จะสร้างนิคมอุตสาหกรรมระดับโลกขึ้นได้ที่นั่น และรัฐบาลเวียดนามเองก็ให้การสนับสนุนการก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมพร้อมทั้งเสนอเงื่อนไขและนโยบายการลงทุนที่ชัดเจน โปร่งใส ในช่วงเวลานั้น บริษัทต่างชาติมีข้อจำกัดด้านการลงทุนคือไม่สามารถเข้ามาเป็นเจ้าของทั้งหมด หรือลงทุนได้ 100% บริษัทได้จับมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง คือ Sonadezi ที่มีส่วนช่วยในการจัดหาที่ดินสำหรับจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมและให้คำปรึกษาข้อกฎหมายท้องถิ่นต่างๆที่เกี่ยวข้อง

ก้าวแรกของธุรกิจในประเทศเวียดนามเราเริ่มทางตอนใต้ของเวียดนาม ซึ่งเราได้เข้าไปพัฒนาในเมืองเบียนหัว จังหวัดดองไน เป็นเวลามากกว่า 20 ปี ซึ่งเรากำลังจะขยายอีก 3 โครงการในจังหวัดเดียวกัน ได้แก่ Amata City Long Thanh, Amata Township Long Thanh และ Amata Service City Long Thanh

การพัฒนาพื้นที่ในอนาคตของเราคือทางตอนเหนือในเมืองฮาลอง จังหวัดกวางหนิง เหตุผลหลักที่เราขยายไปยังภาคเหนือของเวียดนามเพราะเราเห็นแนวโน้มของการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยพิจารณาจากความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (Official Development Assistance or ODA) ที่เวียดนามได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากประเทศชั้นนำ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ เพื่อสร้างระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น รัฐบาลญี่ปุ่นได้สนับสนุนในการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก ท่าอากาศยานนานาชาติ Cat Bi ทางพิเศษเชื่อมระหว่างฮานอย-ไฮฟอง

นับตั้งแต่จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม เราแทบไม่ต้องหาทุนเพิ่มเติมจากแหล่งเงินทุนต่างๆ อย่างไรก็ตามเนื่องจากปัจจุบันเรากำลังอยู่ในช่วงขยายโครงการอย่างมาก เราจึงต้องมีการเพิ่มทุนโดยการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์

กรุณาอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการของ AMATAV ในปัจจุบัน

เรามีนิคมอุตสาหกรรมที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2537 และปัจจุบันพื้นที่เหลือขายเหลือไม่มากแล้ว นอกจากนี้เราได้รับใบอนุญาตในการจัดตั้งพื้นที่สำหรับทำโครงการอีก 3 แห่งซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองโฮจิมินห์ซิตี้ในระยะทางประมาณ 20-30 กิโลเมตร โดยมีโครงการดังนี้

โครงการ Amata City Long Thanh มีเนื้อที่ทั้งหมด 2,564 ไร่ เน้นกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โครงการ Amata Service City Long Thanh มีเนื้อที่ 670 ไร่ เน้นกลุ่มผู้ประกอบการบริการแบบบูรณาการ เช่น ที่พักอาศัยสำหรับคนงาน และโลจิสติกส์ เพื่อรองรับกลุ่มผู้ประกอบการในโครงการ Amata City Long Thanh และโครงการสุดท้ายอย่าง Amata Township Long Thanh มีเนื้อที่ 4,706 ไร่ จะมุ่งเน้นไปการให้บริการสันทนาการต่างๆ โรงพยาบาล โรงเรียน และที่พักอาศัย นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า จุดแวะพัก และร้านอาหาร

ส่วนในพื้นที่ตอนเหนือของเวียดนาม เรามีโครงการ Amata City Halong ซึ่งมีเนื้อที่โครงการประมาณ 36,000 ไร่ และเรามองว่าเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจมาก

ทำไมประเทศเวียดนามถึงเป็นจุดหมายที่น่าสนใจสำหรับ Foreign Direct Investment (FDI)

FDI ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ประเทศที่มีต้นทุนค่อนข้างถูก ทั้งในด้านแรงงาน ระบบสาธารณูปโภค ผลประโยชน์ทางภาษี และการเข้าถึงแหล่งทรัพยากร ถ้ามองไปในประเทศแถบภูมิภาคอาเซียนที่ประกอบไปด้วยเมียนมาร์ ลาว กัมพูชา และเวียดนามเป็นทางเลือก เรามองว่าประเทศเวียดนามมีการดำเนินงานเชิงรุกในการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนของ FDI อย่างมาก ทั้งในด้านสนธิสัญญาการค้าเสรีหลายฉบับที่เวียดนามมีกับประเทศมหาอำนาจของโลก การเปิดกว้างและตอบสนองความต้องการให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุน ทำให้บริษัทใหญ่ๆอย่างบริษัทซัมซุงมีการลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในเวียดนาม รวมถึงผู้ประกอบการรายใหญ่อื่นๆ เช่น LG, Panasonic, Formosa และ Foxconn ต่างก็มีการตั้งฐานการผลิตในเวียดนามกันทั้งหมดแล้วในปัจจุบัน

AMATAV แตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร

เรามีจุดเด่นที่แตกต่างหลายอย่าง ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงความต้องการของลูกค้าโดยตรง เวลาเราเลือกพื้นที่สำหรับการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม เราต้องมั่นใจว่าพื้นที่นั้นจะเป็นที่ตั้งที่น่าสนใจสำหรับลูกค้าของเรา โดยต้องคำนึงถึงระยะทางที่ห่างจากถนนหลัก การเข้าถึงแรงงานในพื้นที่ ระยะทางจากท่าเรือและท่าอากาศยาน พื้นที่ที่ตรงตามหลักเกณฑ์ดังกว่าค่อนข้างจำกัด ดังนั้นการจัดหาให้ได้พื้นที่สำหรับการพัฒนาซึ่งเข้าตามหลักเกณฑ์เบื้องต้นค่อนข้างยาก ซึ่งถือเป็นจุดที่ทำให้เราแตกต่างจากคู่แข่ง นอกจากนี้เพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการขยับขยายธุรกิจในอนาคต (Economies of scale) ขนาดพื้นที่สำหรับการพัฒนาควรต้องมีพื้นที่อย่างน้อย 500 เฮคเตอร์ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการลงทุนของลูกค้าเราเช่นกัน หนึ่งในนโยบายของเราคือต้องช่วยเหลือลูกค้าในการบริการด้านต่างๆ จากคุณภาพในการบริการของเราทำให้เราที่ยอมรับและมีการแนะนำแบบปากต่อปากให้กับลูกค้ารายอื่นๆ

อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ

ทุกธุรกิจมีความเสี่ยง ประเทศเวียดนามแม้ว่ามีโอกาศในการทำธุรกิจสูง แต่ก็มีความท้าทายที่หลากหลายมาก ความเสี่ยงหลักคือขั้นตอนการจัดซื้อที่ดิน และการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับกฎหมายที่ค่อนข้างกะทันหัน

การที่เวียดนามมีรัฐบาลที่มีพรรคการเมืองเดียว การเปลี่ยนแปลงการบังคับใช้กฎหมายในเวียดนามจะเป็นไปอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับประเทศไทยซึ่งใช้ระยะเวลาดำเนินการที่นานกว่า

การจัดซื้อที่ดินยังเป็นความท้าทายอีกด้านหนึ่งของเราในด้านการลดการค่าใช้จ่ายในการลงทุน เมื่อข้อเสนอโครงการถูกนำเสนอต่อรัฐบาลเวียดนาม

ตัวคุณมองภาพ AMATAV ในอีก 5 ปีเป็นอย่างไรบ้าง

เราจะต้องรักษาความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจต่อไป เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในตลาดโลกให้ได้ ในเวียดนาม ถ้าตัวประเทศและระบบเศรษฐกิจเติบโตไปอย่างที่เราคาดการณ์ไว้ เรามองว่าเราจะสามารถขยายธุรกิจไปได้เรื่อยๆ อย่างมั่นคงภายใต้ความเสี่ยงที่ต่ำ และมองหาโอกาสในการขยายโดยไม่เป็นภาระต่อธุรกิจปัจจุบันที่เรามีอยู่ และสุดท้ายแล้ว เราก็เชื่อมั่นในหลักปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของเราที่สะท้อนอยู่ในชื่อบริษัทของเราเสมอมาที่ว่า อมตะ คือการคงอยู่ตลอดกาล